จับพม่าฟอกหมื่นล้าน พบเปิดบัญชีโอนเงินค้ายา “เจ๊”โต้ลั่น-อ้างแค่ทำธุรกิจ

 

     บช.ปส.สกัดจับแก๊งฟอกเงินรายใหญ่ชาวเมียนมา กลางกรุง ได้ตัวสาวใหญ่วัย 41 ทำหน้าที่เปิดบัญชีรับโอนเงิน ค้ายา เอาไปฟอกเงินผ่านกิจการต่างๆ ทั้งร้านเหล้า-บุหรี่ หนีภาษี และร้านจิลเวลรี่ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารกว่าหมื่นล้านบาท ขณะนั่งรถพร้อมสามี เจ้าตัวปฏิเสธอ้างทำธุรกิจถูกกฎหมาย ที่เดินทางมาประเทศไทยก็เพื่อรักษาอาการป่วยเท่านั้น แต่ตำรวจไม่เชื่อเตรียมล่าอีก 3 คน ที่ถูกออกหมายจับแล้ว

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 29 พ.ย. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ รรท.รองผบช.ปส. พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. หน่วยปฏิบัติการ พิเศษสยบไพรี เปิดปฏิบัติการ ไชยะสยบไพรี 61/1 ยุทธการทำลายต้นไม้พิษ เสือสิ้นลาย เพื่อติดตามจับกุมนางมินท์ เตง เอ อายุ 41 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 167/2560 ลงวันที่ 15 พ.ค. 2560 ข้อหาให้การสนับสนุน หรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด โดยเปิดบัญชีรับเงินจากผู้กระทำผิดเพื่อประโยชน์หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำ ความผิด ภายหลังสืบทราบว่านางมินท์ เตง เอ หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม เทียน เอ ที่เปิดบัญชีรับโอนเงินจากผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด จะเดินทางเข้ามาทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศไทย

สืบเนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา การสืบสวนพบว่า มีเครือข่ายยาเสพติดที่นำยาเสพติดมาขายในไทย แล้วนำเงินกลับออกจากประเทศ ไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยโอนเงินผ่านกลุ่มต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ เอกอ้วน หรือนายจรัญ คำสด หรือนายจิรัฏฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ ที่ใช้กลุ่มเทียน เอ เปิดบัญชีรับโอนเงินจากกลุ่มนักค้ายาเสพติด แล้วโอนกลับไปยังรัฐฉาน เป็นค่ายาเสพติด จากข้อมูลการสืบสวนนานกว่า 5 ปี พบว่าผู้ต้องหารายนี้ยังเชื่อมโยงกับนางฟอง ปทุมมณี หรือเจ๊ฟอง ผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่มีค่าหัว 3 แสนบาท ซึ่งหนีกบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยทำหน้าที่ควบคุมการเงินให้กับขบวนการค้ายาเสพติด และฟอกเงินผ่านบัญชีธนาคารต่างๆ มีเงินหมุนเวียนกว่า 1,200 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบข้อมูลสำคัญ มีคนไทยอีกหลายคนรับหน้าที่ทำธุรกรรมทางการเงินให้กับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด กลุ่มนี้ โดยมีการทำธุรกิจร้านโทรศัพท์ ร้านเหล้า บุหรี่ หนีภาษี ในฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า และร้านจิลเวลรี่ ในฝั่งประเทศไทยเพื่อบังหน้า ทั้งนี้ภายหลังจับกุมตัวนางมินท์ เตง เอ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้น พื้นที่เป้าหมายในอ.แม่สาย จ.เชียงราย อีก 6 แห่ง ด้วย

ต่อมาเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. สกัดรถยนต์ตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 36-0231 กรุงเทพมหานคร บริเวณถนนกำแพงเพชร 6 ขาออก ห่างจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพ มหานคร (ปปส.กทม.) มาประมาณ 300 เมตร จากการตรวจสอบพบนางมินท์ เตง เอ และสามีอยู่ภายในรถ

โดยนางมินท์ เตง เอ อ้างว่า ตนเดินทางมาประเทศไทยเพื่อรักษาอาการป่วย ก่อนหน้านี้ตนทำธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราทั้งฝั่งไทยและเมียนมา ซึ่งจะมีเงินหมุนเวียนบัญชีต่อวันเพียง 1-2 ล้านบาท เท่านั้น ยืนยันไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน และไม่ทราบว่าถูกจับเรื่องอะไร หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวสอบสวนต่อที่ห้องประชุมภักดีภูมิ ชั้น 2 บช.ปส. ถนนวิภาวดี พล.ต.ท.สมหมายกล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้ต้องหารายสำคัญ ที่เป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงินจากเครือข่ายยาเสพติดทุกรายใหญ่ในประเทศไทย ก่อนโอนไปยังโรงงานผลิตยาในประเทศเมียนมา โดยพบมีพฤติการณ์รับโอนเงินให้กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดมากว่า 10 ปี มีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารต่อปีมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยจะนำเงินดังกล่าวไปฟอกด้วยการเปิดร้านจิวเวลรี่ อัญมณี ร้านทอง และโรงแรมทั้งในฝั่งไทยและเมียนมาบังหน้า นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีก 3 ราย ซึ่งถูกออกหมายจับแล้ว และจะเร่งติดตามตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา : khaosod